วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554
ทางสายเอก(สติปัฏฐาน4
ทางสายเอก(สติปัฏฐาน4)
การเจริญสติปัฏฐานเป็นทางสายเอก(เอกายนมมรรค)สายเดียวที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตรัสสอนไว้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หนทางนี้ เป็นทางที่ไปอันเอก เพื่อความหมดจด เพื่อความก้าวล่วง
ซึ่งความโศก ความร่ำไร เพื่อความอัสดงดับไปแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญาณธรรม
เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง
หนทางนี้คือสติปัฏฐาน4
การเจริญสติปัฏฐานหรือ วิปัสสนากรรมฐาน มีรูปนาม ปรมัตถธรรมเป็นอารมณ์ ถ้าปรากฏว่ารูป นามเกิดดับ มุ่งตรงลงไตรลักษณ์อย่างเร็ว7วัน อย่างช้าไม่เกิน7ปี ถ้ายังไม่บรรลุธรรมก็จะเป็นเหตุปัจจัย
ไปภพหน้าอาจถึงเจ็ดชาติ แต่ถ้าการเจริญสมถกรรมฐานที่มีสมมุติบัญญัติหรือบุคคลเป็นอารมณ์
อาจจึง20ปีหรือมากกว่านั้น ถ้าเป็นมัณฑบุคคลผู้มีปัญญาน้อย
วิปัสสนา ต้องการเพียงขณิกสมาธิเท่านั้น จึงไม่ควรสอนให้นั่งหลับตาหรือปิดวาจา
คำสอนไม่มีกล่าวไว้ว่าต้องให้ปิดตา ปิดปาก หรือปิดหู
แต่สอนให้เจริญสติระลึกรู้ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ต่างหาก
สวดมนต์ เป็นความดีและเป็นการสาธยายธรรม แต่จะให้ดีแท้ เมื่ออ่านแผนที่แล้วต้องพากเพียร
ออกเดินทางทันที จึงจะถึงเป้าหมาย(พ้นทุกข์)
สวดมนต์เหมือนอ่านสลากยาแตไม่กินยา ไข้ก็ไม่หาย
สวดมนต์เหมือนยาทา ภาวนาเป็นยากิน กินยาไข้จึงหาย
อ่านตัวให้เหมือนอ่านหนังสือ ถ้าอ่านออก (รู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร)
จะอ่านในวัด นอกวัด หรือใน นอกสำนักปฏิบัติ ย่อมอ่านได้ทั้งนั้น
วิปัสสนา ต้องไม่ใช่นิ่งและสงบแต่ต้องทำได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะธรรมะเป็น..อกาลิโก
ดูก่อนพวกเธอทั้งหลาย เธอพึงมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา
นี่เป็นคำสอนของเราสำหรับพวกเธอทั้งหลาย(พุทธวจนะ) ปฐมเคลัญญสูตร
เส้นผมเล็กนิดเดียว แต่บังภูเขาได้ทั้งลูก
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น