ภิกษุทั้งหลายเราเป็นผู้พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง
ทั้งที่เป็นของทิพย์และของมนุษย์ แม้พวกเธอทั้งหลายก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวงทั้งที่เป็นของทิพย์และของมนุษย์
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลายจงจงจาริกไปเพื่อ
ประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน เพื่อความเอ็นดูแก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย อย่าไปทางเดียวกันถึงสองรูป
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงแสดงธรรมให้งดงามในเบื้องต้น ให้งดงามในท่ามกลาง ให้งดงามในที่
สุดรอบ จงประกาศพรหมจรรย์ให้เป็นไปพร้อม
ทั้งอรรถะทั้งพยัญชนะ ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นพวกมีธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อย
ก็มีอยู่ สัตว์พวกนี้ ย่อมเสื่อมจากคุณที่ควรได้
เพราะไม่ได้ฟังธรรม สัตว์ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมีแน่นอน
ภิกษุทั้งหลาย แม้เราเอง ก็จักไปสู่ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม
พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ พุทธทาสภิกขุ
นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553
กรรมธรรม์ประกันจิตใจ
กรมธรรม์...ประกันจิตใจ
บริษัทประกันชีวิตทำได้แค่ประกันชีวิตเท่านั้้น ส่วนจิตใจไม่สามารถประกันได้ว่าท่านจะไปสุขคติหรือทุกขคติ แต่มีบริษัทสี่เท่านั้นที่
สามารถประกันได้ บริษัทสี่ขึ้นตรงต่อ พุทธบริษัท เบี้ยประกันท่านจะ
สามารถส่งได้ตลอดเวลา(กุศล)เพื่อสะสมเป็นอริยทรัพย์นำไปใช้ได้
ตลอดเวลาแม้กระทั่งสิ้นชีวิตไปแล้ว ไม่จำกัดเพศอายุและอกาลิโก
คือไม่กำหนดเวลา การเป็นสมาชิกเป็นแบบสมัครใจ(มีศรัทธาใน..
พระรัตยตรัย)ทำได้ด้วยตนเอง ผู้อื่นทำแทนไม่ได้(เพียงแต่แนะนำ..
ท่านต้องเดินเอง) ถ้าท่านส่งเบี้ยประกัน(พัฒนาจิตให้เกิดกุศล
จิตใจผ่องแผ้ว)จนถึงมรรคสมังคี คือ...จิตรที่ค้นคว้าแสวงหาเรื่องมรรคต่างๆ เรียกว่าค้นคว้าปฏิบัติหาเหตุผล เรื่องราวต่างๆ จิตแน่วแน่ลงในทีเดียว เรียกว่า ....มรรคสมังคี.....
ขอรับรองว่าจิตใจท่านจะเป็นอิสระพ้นทุกข์(หลุดพ้น คืออยู่เหนือทุกข์และสุข)
มีที่เดียวในโลก..คือในตัวท่านเอง
บริษัทประกันชีวิตทำได้แค่ประกันชีวิตเท่านั้้น ส่วนจิตใจไม่สามารถประกันได้ว่าท่านจะไปสุขคติหรือทุกขคติ แต่มีบริษัทสี่เท่านั้นที่
สามารถประกันได้ บริษัทสี่ขึ้นตรงต่อ พุทธบริษัท เบี้ยประกันท่านจะ
สามารถส่งได้ตลอดเวลา(กุศล)เพื่อสะสมเป็นอริยทรัพย์นำไปใช้ได้
ตลอดเวลาแม้กระทั่งสิ้นชีวิตไปแล้ว ไม่จำกัดเพศอายุและอกาลิโก
คือไม่กำหนดเวลา การเป็นสมาชิกเป็นแบบสมัครใจ(มีศรัทธาใน..
พระรัตยตรัย)ทำได้ด้วยตนเอง ผู้อื่นทำแทนไม่ได้(เพียงแต่แนะนำ..
ท่านต้องเดินเอง) ถ้าท่านส่งเบี้ยประกัน(พัฒนาจิตให้เกิดกุศล
จิตใจผ่องแผ้ว)จนถึงมรรคสมังคี คือ...จิตรที่ค้นคว้าแสวงหาเรื่องมรรคต่างๆ เรียกว่าค้นคว้าปฏิบัติหาเหตุผล เรื่องราวต่างๆ จิตแน่วแน่ลงในทีเดียว เรียกว่า ....มรรคสมังคี.....
ขอรับรองว่าจิตใจท่านจะเป็นอิสระพ้นทุกข์(หลุดพ้น คืออยู่เหนือทุกข์และสุข)
มีที่เดียวในโลก..คือในตัวท่านเอง
เรียนรู้ใจด้วยจิต...
เรียนรู้ใจด้วยจิต...ฝึกจิตด้วยใจ...
จิตหมายถึงผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุง ผู้แต่ง
ใจ หมายถึง ผู้ไม่เอาคิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง อยู่เฉยๆ
นั้นเรียกว่าใจ
จิตผู้ออกจากใจไปปรุงแต่ง ไปคิด ไปนึก เมื่อหมดหน้าที่ก็เข้ามาเป็นใจ เมื่อท่านผู้รู้ทั้งหลาย ดำเนินตามมรรค8
ท่านเอาจิตและใจเป็นเครื่องดำเนิน
จิตเป็นเหตุให้เกิดปัญญาแจ่มใสชำระสรรพกิเลสทั้งหลาย
ใจเป็นพี่เลี้ยงและดูแลจิต
จิตเป็นผู้ชำระสรรพกิเลส
คำสอนพระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์(เทสก์ เทสรังสี)
จิตหมายถึงผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุง ผู้แต่ง
ใจ หมายถึง ผู้ไม่เอาคิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง อยู่เฉยๆ
นั้นเรียกว่าใจ
จิตผู้ออกจากใจไปปรุงแต่ง ไปคิด ไปนึก เมื่อหมดหน้าที่ก็เข้ามาเป็นใจ เมื่อท่านผู้รู้ทั้งหลาย ดำเนินตามมรรค8
ท่านเอาจิตและใจเป็นเครื่องดำเนิน
จิตเป็นเหตุให้เกิดปัญญาแจ่มใสชำระสรรพกิเลสทั้งหลาย
ใจเป็นพี่เลี้ยงและดูแลจิต
จิตเป็นผู้ชำระสรรพกิเลส
คำสอนพระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์(เทสก์ เทสรังสี)
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ความรู้ท่วมหัว....เอาตัวไม่รอด
ความรู้ท่วมหัว...เอาตัวไม่รอด
วิธีที่จะทำให้เรากลายเป็นคนฉลาดขึ้นได้นั้น ต้องไปพบผู้มีปัญญา
รู้จักสอบถามความรู้เอามาจากผู้มีปัญญา เป็นวิธีแสวงหา..ปัญญา..
ให้ได้มาอย่างเร็วที่สุด ได้ผลฉับพลันทันที โบราณกล่าวว่า..ร่ำเรียน
10ปีมิสู้สนทนากับผู้รู้เพียงคืนเดียว..
บางคนเล่าเรียนมามากมายก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้เลย
ก่อนที่จะเกิดมาไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ใหน?
เกิดมาแล้วไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ใหน
ในเวลานี้ตัวตนที่แท้จริงเป็นใคร
เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร
สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตที่ตนได้รับนั้นคืออะไร
และท้ายที่สุดเมื่อต้องตายจากโลกนี้ไป แล้วตัวเองจะไปใหน?
ไม่รู้ทั้งสิ้น....ฉะนั้นความรู้ที่เรียนมาเป็นสิบๆปี ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ จึงได้ชื่อว่า....
ความรู้ท่วมหัว...เอาตัวไม่รอด
วิธีที่จะทำให้เรากลายเป็นคนฉลาดขึ้นได้นั้น ต้องไปพบผู้มีปัญญา
รู้จักสอบถามความรู้เอามาจากผู้มีปัญญา เป็นวิธีแสวงหา..ปัญญา..
ให้ได้มาอย่างเร็วที่สุด ได้ผลฉับพลันทันที โบราณกล่าวว่า..ร่ำเรียน
10ปีมิสู้สนทนากับผู้รู้เพียงคืนเดียว..
บางคนเล่าเรียนมามากมายก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้เลย
ก่อนที่จะเกิดมาไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ใหน?
เกิดมาแล้วไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ใหน
ในเวลานี้ตัวตนที่แท้จริงเป็นใคร
เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร
สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตที่ตนได้รับนั้นคืออะไร
และท้ายที่สุดเมื่อต้องตายจากโลกนี้ไป แล้วตัวเองจะไปใหน?
ไม่รู้ทั้งสิ้น....ฉะนั้นความรู้ที่เรียนมาเป็นสิบๆปี ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ จึงได้ชื่อว่า....
ความรู้ท่วมหัว...เอาตัวไม่รอด
วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553
คติธรรมสมเด็จพระธีรญาณมุนี
คติธรรม
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท โบราณว่า
หนังสือเป็นตรี มีปัญญา ไม่เสียหาย
ถึงรู้มาก ไม่มีปาก ลำบากกาย
มีอุบาย พูดไม่เป็น เห็นป่วยการ
ถึงเป็นครู รู้วิชา ปัญญามาก
ไม่รู้จัก ใช้ปาก ให้จ้องงาน
เหมือนแต่ฟัง นั่งซื่อ ฮื้อลำคาญ
วิชาชาญ มากเปล่า ไม่เข้าที
อย่าพูดมาก ปากกล้า เวลาโกรธ
เสียประโยชน์ โทษหนัก เสียศักดิ์ศรี
ต้องสกด อดกลั้น มีขันติ
พูดให้ดี เป็นประโยชน์ ไม่โกรธกัน
สมเด็จพระธีรญาณมุนี(สนิท ทั่งจันทร์)ปธ.9
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท โบราณว่า
หนังสือเป็นตรี มีปัญญา ไม่เสียหาย
ถึงรู้มาก ไม่มีปาก ลำบากกาย
มีอุบาย พูดไม่เป็น เห็นป่วยการ
ถึงเป็นครู รู้วิชา ปัญญามาก
ไม่รู้จัก ใช้ปาก ให้จ้องงาน
เหมือนแต่ฟัง นั่งซื่อ ฮื้อลำคาญ
วิชาชาญ มากเปล่า ไม่เข้าที
อย่าพูดมาก ปากกล้า เวลาโกรธ
เสียประโยชน์ โทษหนัก เสียศักดิ์ศรี
ต้องสกด อดกลั้น มีขันติ
พูดให้ดี เป็นประโยชน์ ไม่โกรธกัน
สมเด็จพระธีรญาณมุนี(สนิท ทั่งจันทร์)ปธ.9
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553
น้ำเพียงใดดอกบัวเพียงนั้น
น้ำเพียงใดดอกบัวเพียงนั้น
ความจริงดอกบัวมันอยู่บน สายบัวต่างหาก
เป็นเครื่องวัดความลึกตื้นของน้ำ พร้อมกันนั้น
น้ำก็เป็นเครื่องวัดของสายบัวไปในตัว
รูปธรรมนามธรรม จิตกิเลส นิพพาน ย่อมเป็นเครื่องวัด
ของกันและกันฉันนั้น
ธรรมะเป็นของละเอียดมากยากกว่าผู้ที่มีปัญญาทั้งหลาย
จะอธิบายให้ถูกต้องถึงเนื้อแท้ของธรรมได้บริบูรณ์
และถูกต้องที่สุดก็คือเป็นผู้หวังดีต่อผู้อื่นและพยายามอธิบาย
อรรถธรรมนั้นๆเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจตามความสามารถภูมิปัญญาของตน
พระสัพพัญญพุทธและสาวกสามารถทำหน้าที่ของตน
ให้บรรลุตามความประสงค์ของตนได้
พระนิโรธรังษีคัมภีรปัญญาจารย์
(เทสก์ เทสรังสี)
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ความจริงดอกบัวมันอยู่บน สายบัวต่างหาก
เป็นเครื่องวัดความลึกตื้นของน้ำ พร้อมกันนั้น
น้ำก็เป็นเครื่องวัดของสายบัวไปในตัว
รูปธรรมนามธรรม จิตกิเลส นิพพาน ย่อมเป็นเครื่องวัด
ของกันและกันฉันนั้น
ธรรมะเป็นของละเอียดมากยากกว่าผู้ที่มีปัญญาทั้งหลาย
จะอธิบายให้ถูกต้องถึงเนื้อแท้ของธรรมได้บริบูรณ์
และถูกต้องที่สุดก็คือเป็นผู้หวังดีต่อผู้อื่นและพยายามอธิบาย
อรรถธรรมนั้นๆเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจตามความสามารถภูมิปัญญาของตน
พระสัพพัญญพุทธและสาวกสามารถทำหน้าที่ของตน
ให้บรรลุตามความประสงค์ของตนได้
พระนิโรธรังษีคัมภีรปัญญาจารย์
(เทสก์ เทสรังสี)
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553
บุญ
ชีวิต
ชีวิต(อายุ)มีน้อยนัก ถูกต้อนไปสู่ความตายเรื่อยๆ
เมื่อคนถูกความชราครอบงำ แล้วไม่มีใครช่วยได้
เมื่อเห็นภัยของความตายอยู่
ควรละเหยื่อในโลก
และมุ่งความสงบเถิด
อุปเนยยสูตร15/3
วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553
คำว่า..สังขาร..
คำว่าสังขาร ทั่วๆไปเข้าใจว่าแปลว่า..ร่างกาย เช่น สังขารไม่แน่นอน
แต่ในทางธรรมะ มีความหมายอยู่2นัย..คือ
ในขันธ์ 5
สังขาร คือความดีความชั่วที่ปรุงแต่ง ขึ้นในจิตใจเป็นนามธรรม(ไม่มีรูปร่าง)
ในไตรลักษณ์
สังขาร คือ สิ่งทั้งปวงที่เกิดจากปัยจัยปรุงแต่ง ที่เกิดจากส่วนประกอบ
ประชุมเข้าด้วยกัน จะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก้ตามเท่ากับอยู่ใน
ขันธ์5ทั้งหมด
แต่ในทางธรรมะ มีความหมายอยู่2นัย..คือ
ในขันธ์ 5
สังขาร คือความดีความชั่วที่ปรุงแต่ง ขึ้นในจิตใจเป็นนามธรรม(ไม่มีรูปร่าง)
ในไตรลักษณ์
สังขาร คือ สิ่งทั้งปวงที่เกิดจากปัยจัยปรุงแต่ง ที่เกิดจากส่วนประกอบ
ประชุมเข้าด้วยกัน จะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก้ตามเท่ากับอยู่ใน
ขันธ์5ทั้งหมด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



