ภิกษุทั้งหลายเราเป็นผู้พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง
ทั้งที่เป็นของทิพย์และของมนุษย์ แม้พวกเธอทั้งหลายก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวงทั้งที่เป็นของทิพย์และของมนุษย์
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลายจงจงจาริกไปเพื่อ
ประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน เพื่อความเอ็นดูแก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย อย่าไปทางเดียวกันถึงสองรูป
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงแสดงธรรมให้งดงามในเบื้องต้น ให้งดงามในท่ามกลาง ให้งดงามในที่
สุดรอบ จงประกาศพรหมจรรย์ให้เป็นไปพร้อม
ทั้งอรรถะทั้งพยัญชนะ ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นพวกมีธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อย
ก็มีอยู่ สัตว์พวกนี้ ย่อมเสื่อมจากคุณที่ควรได้
เพราะไม่ได้ฟังธรรม สัตว์ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมีแน่นอน
ภิกษุทั้งหลาย แม้เราเอง ก็จักไปสู่ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม
พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ พุทธทาสภิกขุ
นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553
กรรมธรรม์ประกันจิตใจ
กรมธรรม์...ประกันจิตใจ
บริษัทประกันชีวิตทำได้แค่ประกันชีวิตเท่านั้้น ส่วนจิตใจไม่สามารถประกันได้ว่าท่านจะไปสุขคติหรือทุกขคติ แต่มีบริษัทสี่เท่านั้นที่
สามารถประกันได้ บริษัทสี่ขึ้นตรงต่อ พุทธบริษัท เบี้ยประกันท่านจะ
สามารถส่งได้ตลอดเวลา(กุศล)เพื่อสะสมเป็นอริยทรัพย์นำไปใช้ได้
ตลอดเวลาแม้กระทั่งสิ้นชีวิตไปแล้ว ไม่จำกัดเพศอายุและอกาลิโก
คือไม่กำหนดเวลา การเป็นสมาชิกเป็นแบบสมัครใจ(มีศรัทธาใน..
พระรัตยตรัย)ทำได้ด้วยตนเอง ผู้อื่นทำแทนไม่ได้(เพียงแต่แนะนำ..
ท่านต้องเดินเอง) ถ้าท่านส่งเบี้ยประกัน(พัฒนาจิตให้เกิดกุศล
จิตใจผ่องแผ้ว)จนถึงมรรคสมังคี คือ...จิตรที่ค้นคว้าแสวงหาเรื่องมรรคต่างๆ เรียกว่าค้นคว้าปฏิบัติหาเหตุผล เรื่องราวต่างๆ จิตแน่วแน่ลงในทีเดียว เรียกว่า ....มรรคสมังคี.....
ขอรับรองว่าจิตใจท่านจะเป็นอิสระพ้นทุกข์(หลุดพ้น คืออยู่เหนือทุกข์และสุข)
มีที่เดียวในโลก..คือในตัวท่านเอง
บริษัทประกันชีวิตทำได้แค่ประกันชีวิตเท่านั้้น ส่วนจิตใจไม่สามารถประกันได้ว่าท่านจะไปสุขคติหรือทุกขคติ แต่มีบริษัทสี่เท่านั้นที่
สามารถประกันได้ บริษัทสี่ขึ้นตรงต่อ พุทธบริษัท เบี้ยประกันท่านจะ
สามารถส่งได้ตลอดเวลา(กุศล)เพื่อสะสมเป็นอริยทรัพย์นำไปใช้ได้
ตลอดเวลาแม้กระทั่งสิ้นชีวิตไปแล้ว ไม่จำกัดเพศอายุและอกาลิโก
คือไม่กำหนดเวลา การเป็นสมาชิกเป็นแบบสมัครใจ(มีศรัทธาใน..
พระรัตยตรัย)ทำได้ด้วยตนเอง ผู้อื่นทำแทนไม่ได้(เพียงแต่แนะนำ..
ท่านต้องเดินเอง) ถ้าท่านส่งเบี้ยประกัน(พัฒนาจิตให้เกิดกุศล
จิตใจผ่องแผ้ว)จนถึงมรรคสมังคี คือ...จิตรที่ค้นคว้าแสวงหาเรื่องมรรคต่างๆ เรียกว่าค้นคว้าปฏิบัติหาเหตุผล เรื่องราวต่างๆ จิตแน่วแน่ลงในทีเดียว เรียกว่า ....มรรคสมังคี.....
ขอรับรองว่าจิตใจท่านจะเป็นอิสระพ้นทุกข์(หลุดพ้น คืออยู่เหนือทุกข์และสุข)
มีที่เดียวในโลก..คือในตัวท่านเอง
เรียนรู้ใจด้วยจิต...
เรียนรู้ใจด้วยจิต...ฝึกจิตด้วยใจ...
จิตหมายถึงผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุง ผู้แต่ง
ใจ หมายถึง ผู้ไม่เอาคิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง อยู่เฉยๆ
นั้นเรียกว่าใจ
จิตผู้ออกจากใจไปปรุงแต่ง ไปคิด ไปนึก เมื่อหมดหน้าที่ก็เข้ามาเป็นใจ เมื่อท่านผู้รู้ทั้งหลาย ดำเนินตามมรรค8
ท่านเอาจิตและใจเป็นเครื่องดำเนิน
จิตเป็นเหตุให้เกิดปัญญาแจ่มใสชำระสรรพกิเลสทั้งหลาย
ใจเป็นพี่เลี้ยงและดูแลจิต
จิตเป็นผู้ชำระสรรพกิเลส
คำสอนพระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์(เทสก์ เทสรังสี)
จิตหมายถึงผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุง ผู้แต่ง
ใจ หมายถึง ผู้ไม่เอาคิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง อยู่เฉยๆ
นั้นเรียกว่าใจ
จิตผู้ออกจากใจไปปรุงแต่ง ไปคิด ไปนึก เมื่อหมดหน้าที่ก็เข้ามาเป็นใจ เมื่อท่านผู้รู้ทั้งหลาย ดำเนินตามมรรค8
ท่านเอาจิตและใจเป็นเครื่องดำเนิน
จิตเป็นเหตุให้เกิดปัญญาแจ่มใสชำระสรรพกิเลสทั้งหลาย
ใจเป็นพี่เลี้ยงและดูแลจิต
จิตเป็นผู้ชำระสรรพกิเลส
คำสอนพระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์(เทสก์ เทสรังสี)
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ความรู้ท่วมหัว....เอาตัวไม่รอด
ความรู้ท่วมหัว...เอาตัวไม่รอด
วิธีที่จะทำให้เรากลายเป็นคนฉลาดขึ้นได้นั้น ต้องไปพบผู้มีปัญญา
รู้จักสอบถามความรู้เอามาจากผู้มีปัญญา เป็นวิธีแสวงหา..ปัญญา..
ให้ได้มาอย่างเร็วที่สุด ได้ผลฉับพลันทันที โบราณกล่าวว่า..ร่ำเรียน
10ปีมิสู้สนทนากับผู้รู้เพียงคืนเดียว..
บางคนเล่าเรียนมามากมายก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้เลย
ก่อนที่จะเกิดมาไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ใหน?
เกิดมาแล้วไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ใหน
ในเวลานี้ตัวตนที่แท้จริงเป็นใคร
เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร
สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตที่ตนได้รับนั้นคืออะไร
และท้ายที่สุดเมื่อต้องตายจากโลกนี้ไป แล้วตัวเองจะไปใหน?
ไม่รู้ทั้งสิ้น....ฉะนั้นความรู้ที่เรียนมาเป็นสิบๆปี ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ จึงได้ชื่อว่า....
ความรู้ท่วมหัว...เอาตัวไม่รอด
วิธีที่จะทำให้เรากลายเป็นคนฉลาดขึ้นได้นั้น ต้องไปพบผู้มีปัญญา
รู้จักสอบถามความรู้เอามาจากผู้มีปัญญา เป็นวิธีแสวงหา..ปัญญา..
ให้ได้มาอย่างเร็วที่สุด ได้ผลฉับพลันทันที โบราณกล่าวว่า..ร่ำเรียน
10ปีมิสู้สนทนากับผู้รู้เพียงคืนเดียว..
บางคนเล่าเรียนมามากมายก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้เลย
ก่อนที่จะเกิดมาไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ใหน?
เกิดมาแล้วไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ใหน
ในเวลานี้ตัวตนที่แท้จริงเป็นใคร
เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร
สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตที่ตนได้รับนั้นคืออะไร
และท้ายที่สุดเมื่อต้องตายจากโลกนี้ไป แล้วตัวเองจะไปใหน?
ไม่รู้ทั้งสิ้น....ฉะนั้นความรู้ที่เรียนมาเป็นสิบๆปี ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ จึงได้ชื่อว่า....
ความรู้ท่วมหัว...เอาตัวไม่รอด
วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553
คติธรรมสมเด็จพระธีรญาณมุนี
คติธรรม
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท โบราณว่า
หนังสือเป็นตรี มีปัญญา ไม่เสียหาย
ถึงรู้มาก ไม่มีปาก ลำบากกาย
มีอุบาย พูดไม่เป็น เห็นป่วยการ
ถึงเป็นครู รู้วิชา ปัญญามาก
ไม่รู้จัก ใช้ปาก ให้จ้องงาน
เหมือนแต่ฟัง นั่งซื่อ ฮื้อลำคาญ
วิชาชาญ มากเปล่า ไม่เข้าที
อย่าพูดมาก ปากกล้า เวลาโกรธ
เสียประโยชน์ โทษหนัก เสียศักดิ์ศรี
ต้องสกด อดกลั้น มีขันติ
พูดให้ดี เป็นประโยชน์ ไม่โกรธกัน
สมเด็จพระธีรญาณมุนี(สนิท ทั่งจันทร์)ปธ.9
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท โบราณว่า
หนังสือเป็นตรี มีปัญญา ไม่เสียหาย
ถึงรู้มาก ไม่มีปาก ลำบากกาย
มีอุบาย พูดไม่เป็น เห็นป่วยการ
ถึงเป็นครู รู้วิชา ปัญญามาก
ไม่รู้จัก ใช้ปาก ให้จ้องงาน
เหมือนแต่ฟัง นั่งซื่อ ฮื้อลำคาญ
วิชาชาญ มากเปล่า ไม่เข้าที
อย่าพูดมาก ปากกล้า เวลาโกรธ
เสียประโยชน์ โทษหนัก เสียศักดิ์ศรี
ต้องสกด อดกลั้น มีขันติ
พูดให้ดี เป็นประโยชน์ ไม่โกรธกัน
สมเด็จพระธีรญาณมุนี(สนิท ทั่งจันทร์)ปธ.9
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553
น้ำเพียงใดดอกบัวเพียงนั้น
น้ำเพียงใดดอกบัวเพียงนั้น
ความจริงดอกบัวมันอยู่บน สายบัวต่างหาก
เป็นเครื่องวัดความลึกตื้นของน้ำ พร้อมกันนั้น
น้ำก็เป็นเครื่องวัดของสายบัวไปในตัว
รูปธรรมนามธรรม จิตกิเลส นิพพาน ย่อมเป็นเครื่องวัด
ของกันและกันฉันนั้น
ธรรมะเป็นของละเอียดมากยากกว่าผู้ที่มีปัญญาทั้งหลาย
จะอธิบายให้ถูกต้องถึงเนื้อแท้ของธรรมได้บริบูรณ์
และถูกต้องที่สุดก็คือเป็นผู้หวังดีต่อผู้อื่นและพยายามอธิบาย
อรรถธรรมนั้นๆเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจตามความสามารถภูมิปัญญาของตน
พระสัพพัญญพุทธและสาวกสามารถทำหน้าที่ของตน
ให้บรรลุตามความประสงค์ของตนได้
พระนิโรธรังษีคัมภีรปัญญาจารย์
(เทสก์ เทสรังสี)
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ความจริงดอกบัวมันอยู่บน สายบัวต่างหาก
เป็นเครื่องวัดความลึกตื้นของน้ำ พร้อมกันนั้น
น้ำก็เป็นเครื่องวัดของสายบัวไปในตัว
รูปธรรมนามธรรม จิตกิเลส นิพพาน ย่อมเป็นเครื่องวัด
ของกันและกันฉันนั้น
ธรรมะเป็นของละเอียดมากยากกว่าผู้ที่มีปัญญาทั้งหลาย
จะอธิบายให้ถูกต้องถึงเนื้อแท้ของธรรมได้บริบูรณ์
และถูกต้องที่สุดก็คือเป็นผู้หวังดีต่อผู้อื่นและพยายามอธิบาย
อรรถธรรมนั้นๆเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจตามความสามารถภูมิปัญญาของตน
พระสัพพัญญพุทธและสาวกสามารถทำหน้าที่ของตน
ให้บรรลุตามความประสงค์ของตนได้
พระนิโรธรังษีคัมภีรปัญญาจารย์
(เทสก์ เทสรังสี)
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553
บุญ
ชีวิต
ชีวิต(อายุ)มีน้อยนัก ถูกต้อนไปสู่ความตายเรื่อยๆ
เมื่อคนถูกความชราครอบงำ แล้วไม่มีใครช่วยได้
เมื่อเห็นภัยของความตายอยู่
ควรละเหยื่อในโลก
และมุ่งความสงบเถิด
อุปเนยยสูตร15/3
วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553
คำว่า..สังขาร..
คำว่าสังขาร ทั่วๆไปเข้าใจว่าแปลว่า..ร่างกาย เช่น สังขารไม่แน่นอน
แต่ในทางธรรมะ มีความหมายอยู่2นัย..คือ
ในขันธ์ 5
สังขาร คือความดีความชั่วที่ปรุงแต่ง ขึ้นในจิตใจเป็นนามธรรม(ไม่มีรูปร่าง)
ในไตรลักษณ์
สังขาร คือ สิ่งทั้งปวงที่เกิดจากปัยจัยปรุงแต่ง ที่เกิดจากส่วนประกอบ
ประชุมเข้าด้วยกัน จะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก้ตามเท่ากับอยู่ใน
ขันธ์5ทั้งหมด
แต่ในทางธรรมะ มีความหมายอยู่2นัย..คือ
ในขันธ์ 5
สังขาร คือความดีความชั่วที่ปรุงแต่ง ขึ้นในจิตใจเป็นนามธรรม(ไม่มีรูปร่าง)
ในไตรลักษณ์
สังขาร คือ สิ่งทั้งปวงที่เกิดจากปัยจัยปรุงแต่ง ที่เกิดจากส่วนประกอบ
ประชุมเข้าด้วยกัน จะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก้ตามเท่ากับอยู่ใน
ขันธ์5ทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
พุทธวิธีเสริมสุขภาพ(โพชฌงค์7)

พุทธวิธีเสริมสุขภาพ(โพชฌงค์)
กายและใจนั้นเป็นสิ่งที่อาศัยซึ่งกันและกัน พอกายเจ็บป่วยไม่สบาย จิตใจก็ไม่สบาย เมื่อจิตใจไม่สบายก็พลอยให้กายไม่สบายไปด้วย
โพชฌงค์แปลว่า องค์แห่งผู้ตรัสรู้ เป็นหลักธรรมของการตรัสรู้หมายถึง
1 รู้แจ้งความเป็นจริงของสิ่งทั้งหลาย ชำระใจให้หมดกิเลศ
ให้เกิดความบริสุทธิ์
2 ปัญญาที่ทำให้ตรัสรู้นี้ทำให้เกิดความตื่นจากความหลับไหล
3 จากการที่บริสุทธิ์และตื่นขึ้นมานี้ ทำให้จิตใจของผู้นั้นมีความเบิกบาน ผ่องใส ปลอดโปร่งโล่งเบา เป็นอิสระ
อันนี้คือสภาพจิตที่ดีงาม เป็นสุขภาพจิตที่ดีมาก
โพชฌงค์นี้ เป็นบทสวดมนต์เรียกว่า โพชฌงคปริตร เป็นพุทธมนต์สำหรับให้คนป่วยได้สดับตรับฟัง
แล้วจะได้หายจากโรค เพราะมีเรื่องในพระไตรปิฏกเล่าว่า
พระมหากัสสปะ ซึ่งเป็นเถระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยอาพาธ และพระพุทธเจ้าเสด็จไปเยี่ยม แล้วทรงแสดง
เรื่องโพชฌงค์นี้ ตอนท้ายพระมหากัสสปเถระก็หายจากโรคนั้น
อีกครวาหนึ่ง พระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นอัตรสาวกฝ่ายซ้ายอาพาธ และพระพุทธเจ้าเสด็จไปเยี่ยม ก็ได้ทรงแสดงโพชฌงค์นี้อีก แล้วพระมหาโมคคัลลานะก็หายโรค
อีกคราวหนึ่ง พระพุทธเจ้าเองทรงอาพาธ ก็ตรัสให้พระมหาจุนทะ ซึ่งเป็นพระเถระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง
แสดงโพชฌงค์ถวาย แล้วพระพุทธเจ้า ก็หายประชวร
จากมูลนิธิพุทธธรรม พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตโต)
วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
โพธิปักขิยธรรม

โพธปักขิยธรรม แปลว่า ธรรมที่อยู่ในฝ่ายของโพธิ
พูดง่ายๆว่า ธรรมที่เป็นพวกของโพธิ คือเกื้อกูลการตรัสรู้หรือช่วยสนับสนุนอริยมรรคมี37อย่างจัดเป็น7หมวดคือ
1 สติปัฏฐาน4 แปลว่า การตั้งสติกำหนดพิจารณา
สิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง เอาสติเป็นตัวนำ
เป็นตัวเด่น เป็นตัวทำงานแบ่งเป็น4ข้อคือ
กาย เวทนา จิต ธรรม
2 ปธาน4 แปลว่าความเพียรหมายถึงความเพียร4ประการคือ1สังวรปธาน
2 ปหานปธาน
3 ภาวนาปธาน
4 อนุรักขนาปธาน
3 อิทธิบาท4 เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดสมาธิคือ
ฉันทะ ความพอใจ มีใจรัก
วิริยะ ความพากเพียร พากเพียรทำ
จิตตะ ความใฝ่ใจ เอาจิตฝักใฝ่
วิมังสา ความใคร่ครวญ ใช้ปัญญาสอบสวน
4 อินทรีย์ 5แปลว่า ธรรมที่เป็นใหญ่ในการที่ทำหน้าที่เฉพาะแต่ละอย่าง หรือธรรมที่เป็นเจ้าการในการข่มกำราบอกุศลธรรมที่ตรงข้ามกับตน
อินทรีย์5ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา
5 พละ5 ธรรมที่เป็นกำลังในการต้านทาน ไม่ให้อกุศลธรรมเข้าครอบงำ ก็ได้แก่อินทรีย์5 แต่มาทำหน้าที่เป็นฝ่ายรับ เรียกว่า พละ5 หมายความว่า ธรรม5อย่างนี้เมื่อทำหน้าที่รุกไปแก่ไขกำจัดอกุศลธรรม
เรียกว่าอินทรีย์5 แต่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายรับต้านทานอกุศลธรรมไม่ให้บุกเข้ามาทำลายได้ เรียกว่า พละ5
6โพชฌงค์7 แปลว่าองค์ของผู้ตรัสรู้ หรือองค์ประกอบของการตรัสรู้ เป็นกลุ่มธรรมสำคัญในการทำงานให้เกิดโพธิ คือปัญญาตรัสรู้ ซึ่งทำให้ทั้งรู้ ทั้งตื่น และทั้งเบิกบาน ได้แก่
สติ ความระลึกได้
ธรรมวิจัย ความเฟ้นธรรม (หมายถึงใช้ปัญญาสอบสวนพิจารณาสิ่งที่สติกำหนดไว้ หรือนำเสนอ ให้เข้าใจ เห็นสาระ เห็นความจริง)
วิริยะ ความเพียร
ปิติ ความอิ่มใจ ซาบซึ้ง
ปัสสิทธิ ความผ่อนคลายสงบเย็นกายและใจ
สมาธิ ความมีใจตั้งมั่น
อุเบกขา ความวางทีเฉยดู หมายถึงความมีใจเป็นกลาง จิตใจเรียบสม่ำเสมอ
7มรรคมีองค์8 ได้
สัมมาทิฏฐิ(เห็นชอบ)
สัมมาสังกัปปะ(ดำริชอบ)
สัมมาวาจา(เจรจาชอบ)
สัมมากัมมันตะ(ทำการชอบ)
สัมมาอาชีวะ(เลี้ยงชีพชอบ)
สัมมาวายามะ(พยายามชอบ)
สัมมาสติ(ระลึกชอบ)
สัมมาสมาธิ(จิตมั่นชอบ)
วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร
พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร....
คัมภีร์วินัยปิฏก เล่าเหตุการณ์เกียวกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เริ่มต้นเมื่อตรัสรู้ใหม่ๆ กำลังเสวยวิมุติสุข
และพิจารณาทบทวน...ปฏิจจสมุปบาท ทั้งโดยอนุโลม(กระบวนการเกิดทุกข์) และโดยปฏิโลม(กระบวนการ
ดับทุกข์) ตลอดเวลา 1 สัปดาห์ ครั้นสิ้นระยะเสวยวิมุติสุข 7 สัปดาห์แล้ว เมื่อปรารภการที่จะทรงประกาศธรรมแก่ผู้อื่นต่อไป ทรงดำริว่า
ธรรมที่เราได้บรรลุแล้วนี้ เป็นของลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สำหรับหมู่ประชาผู้เริงรมณ์รื่นระเริงอยู่ในอาลัย ฐานะนี้ย่อมเป็นสิ่งที่เห็นได้ยาก กล่าวคือ หลักอิทัปปัจจยตา ปฏิจจสมุปบาท แม้ฐานะนี้ก็เห็นได้ยากนัก
กล่าวคือ ....นิพพาน
ส่วนในพระสูตร เมื่อปรากฏข้อความเกียวกับพุทธประวัติตอนนี้ ก็เล่าความแนวเดียวกัน เริ่มแต่พุทธดำริที่เป็นเหตุให้เสด็จออกผนวช การเสด็จออกผนวช การทรงศึกษาในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส
การบำเพ็ญและการละเลิกทุกรกิริยา การทรงเสวยพระกระยาหาร แล้วบรรลุณานและตรัสรุ้วิชชา3
ในตอนตรัสรู้มีข้อความที่ตรัสเล่าว่า
ครั้นเราบริโภคอาหาร มีกำลังขึ้นแล้ว สงัดจากกาม สงัดจากอกุสลธรรมทั้งหลาย บรรลุปฐมณาน...ทุติยณาน..ตติณาน..จตุตณาน...ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข....มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่
เรานั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากสิ่งมัวหมอง นุ่มนวลควรแก่งาน
ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ได้น้อมจิตไปเพื่อ ปุพเพนิวาสานุสสติณาน ก็ระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก
(วิชชที่1)..ได้น้อมจิตไปเพื่อจุตูปปาตญาน ก็มองเห็นหมู่สัตว์จุติอุบัติอยู่
(วิชชา2) ..ได้น้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยณาน ก็รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า
....นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินิปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวมินิปฏปทา เมื่อรู้เห็นอย่างนี้ จิตได้หลุดพ้นแล้ว จาก กามาสวะ และอวิชชาสวะ(วิชชา3)
ต่อจากนั้นก็มีคำบรรยายพุทธดำริในการที่จะทรงประกาศธรรม ซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกับในวินัยปิฏก
จากหนังสือพุทธธรรม ของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตโต)
คัมภีร์วินัยปิฏก เล่าเหตุการณ์เกียวกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เริ่มต้นเมื่อตรัสรู้ใหม่ๆ กำลังเสวยวิมุติสุข
และพิจารณาทบทวน...ปฏิจจสมุปบาท ทั้งโดยอนุโลม(กระบวนการเกิดทุกข์) และโดยปฏิโลม(กระบวนการ
ดับทุกข์) ตลอดเวลา 1 สัปดาห์ ครั้นสิ้นระยะเสวยวิมุติสุข 7 สัปดาห์แล้ว เมื่อปรารภการที่จะทรงประกาศธรรมแก่ผู้อื่นต่อไป ทรงดำริว่า
ธรรมที่เราได้บรรลุแล้วนี้ เป็นของลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สำหรับหมู่ประชาผู้เริงรมณ์รื่นระเริงอยู่ในอาลัย ฐานะนี้ย่อมเป็นสิ่งที่เห็นได้ยาก กล่าวคือ หลักอิทัปปัจจยตา ปฏิจจสมุปบาท แม้ฐานะนี้ก็เห็นได้ยากนัก
กล่าวคือ ....นิพพาน
ส่วนในพระสูตร เมื่อปรากฏข้อความเกียวกับพุทธประวัติตอนนี้ ก็เล่าความแนวเดียวกัน เริ่มแต่พุทธดำริที่เป็นเหตุให้เสด็จออกผนวช การเสด็จออกผนวช การทรงศึกษาในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส
การบำเพ็ญและการละเลิกทุกรกิริยา การทรงเสวยพระกระยาหาร แล้วบรรลุณานและตรัสรุ้วิชชา3
ในตอนตรัสรู้มีข้อความที่ตรัสเล่าว่า
ครั้นเราบริโภคอาหาร มีกำลังขึ้นแล้ว สงัดจากกาม สงัดจากอกุสลธรรมทั้งหลาย บรรลุปฐมณาน...ทุติยณาน..ตติณาน..จตุตณาน...ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข....มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่
เรานั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากสิ่งมัวหมอง นุ่มนวลควรแก่งาน
ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ได้น้อมจิตไปเพื่อ ปุพเพนิวาสานุสสติณาน ก็ระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก
(วิชชที่1)..ได้น้อมจิตไปเพื่อจุตูปปาตญาน ก็มองเห็นหมู่สัตว์จุติอุบัติอยู่
(วิชชา2) ..ได้น้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยณาน ก็รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า
....นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินิปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวมินิปฏปทา เมื่อรู้เห็นอย่างนี้ จิตได้หลุดพ้นแล้ว จาก กามาสวะ และอวิชชาสวะ(วิชชา3)
ต่อจากนั้นก็มีคำบรรยายพุทธดำริในการที่จะทรงประกาศธรรม ซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกับในวินัยปิฏก
จากหนังสือพุทธธรรม ของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตโต)
วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553
พุทธบริษัทสี่หมายถึงอะไร
พุทธบริษัทสี่หมายถึงอะไร
เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอย่างไร
พุทธบริษัท4หมายถึง ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
มีหน้าที่บำรุงศาสนาพุทธ
คุณสมบัติที่ดี3ประการคือ
1 ต้องรู้และเข้าใจคำสอน และนำไปปฏิบัติได้จริง
2 สอนและแนะนำผู้อื่นได้
3 กล่าวแสดงคำสอนคำกล่าวที่ผิดพลาด และสามารถกล่าวแก้ไข
ชี้แจงกำราบปรับวาทะได้
คนพาลเป็นผู้นำไม่ได้......พาโล อปริ นายโก
ผู้เป็นใหญ่มีปัญญา พึงแสวงสุขเพื่อปวงประชา
ดูก่อนกิมพิละ
เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในพระธรรมวินัยนี้
ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในการศึกษา
ไม่เคารพยำเกรงกันและกัน นี้แล กิมพิลา เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรม
ไม่ตั้งอยู่ได้นาน ในเมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว
พระพุทธวจนะ
เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอย่างไร
พุทธบริษัท4หมายถึง ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
มีหน้าที่บำรุงศาสนาพุทธ
คุณสมบัติที่ดี3ประการคือ
1 ต้องรู้และเข้าใจคำสอน และนำไปปฏิบัติได้จริง
2 สอนและแนะนำผู้อื่นได้
3 กล่าวแสดงคำสอนคำกล่าวที่ผิดพลาด และสามารถกล่าวแก้ไข
ชี้แจงกำราบปรับวาทะได้
คนพาลเป็นผู้นำไม่ได้......พาโล อปริ นายโก
ผู้เป็นใหญ่มีปัญญา พึงแสวงสุขเพื่อปวงประชา
ดูก่อนกิมพิละ
เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในพระธรรมวินัยนี้
ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในการศึกษา
ไม่เคารพยำเกรงกันและกัน นี้แล กิมพิลา เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรม
ไม่ตั้งอยู่ได้นาน ในเมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว
พระพุทธวจนะ
วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553
boresatsee(บริษัทสี่): เก้าอี้ดนตรีใจ....ใครครอง
boresatsee(บริษัทสี่): เก้าอี้ดนตรีใจ....ใครครอง: "เก้าอี้ดนตรีใจ ใครครอง(มีที่นั่งเดียวเท่านั้น) ถ้านายสติ...เข้าไปนั่ง นายโกรธ...นายโลภ...นายหลง...ก็อยู่ไม่ได้ ถ้านายรู้คิด เข้าไปนั่ง..."
วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เก้าอี้ดนตรีใจ....ใครครอง
เก้าอี้ดนตรีใจ ใครครอง(มีที่นั่งเดียวเท่านั้น)
ถ้านายสติ...เข้าไปนั่ง
นายโกรธ...นายโลภ...นายหลง...ก็อยู่ไม่ได้
ถ้านายรู้คิด เข้าไปนั่ง นายคิด ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน
พาตัวใจกลับบ้าน(สติปัฏฐาน)..ฐานใจ ให้ถูก ที่นี่ เดี๋ยวนี้
เก้าอี้ดนตรีใจใครครอบครอง
ให้ออกมาอยู่นอกคิด ให้รู้คิด...ดูคิด...
เห็นคิดแล้วไม่ทุกข์
ถ้านายสติ...เข้าไปนั่ง
นายโกรธ...นายโลภ...นายหลง...ก็อยู่ไม่ได้
ถ้านายรู้คิด เข้าไปนั่ง นายคิด ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน
พาตัวใจกลับบ้าน(สติปัฏฐาน)..ฐานใจ ให้ถูก ที่นี่ เดี๋ยวนี้
เก้าอี้ดนตรีใจใครครอบครอง
ให้ออกมาอยู่นอกคิด ให้รู้คิด...ดูคิด...
เห็นคิดแล้วไม่ทุกข์
คนหลงที่น่ากลัวที่สุด
คนหลงที่น่ากลัว ได้แก่
หลงไปเกิดเป็นสัตว์1
เป็นเทวดา..พรหม1
เป็นคนพิการบ้าใบ้1
อัตคัตขัดสนหาเช้ากินค่ำ1
ไปเกิดในถิ่นที่ไม่มีผู้กล่าวสอนธรรม1
และแม้แต่มีผู้กล่าวสอนธรรมแต่เป็นมิจฉาทิฏฐิ1
คนหลงเพราะเป็นคนมิจฉาทิฏฐิ(ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า)น่ากลัวที่สุด
"จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมทำตนให้พินาศยิ่งกว่าศัตรูคู่เวร ทำความพินาศแก่กัน"
(ธรรมบท25/18พระพุทธวจนะ)
หลงไปเกิดเป็นสัตว์1
เป็นเทวดา..พรหม1
เป็นคนพิการบ้าใบ้1
อัตคัตขัดสนหาเช้ากินค่ำ1
ไปเกิดในถิ่นที่ไม่มีผู้กล่าวสอนธรรม1
และแม้แต่มีผู้กล่าวสอนธรรมแต่เป็นมิจฉาทิฏฐิ1
คนหลงเพราะเป็นคนมิจฉาทิฏฐิ(ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า)น่ากลัวที่สุด
"จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมทำตนให้พินาศยิ่งกว่าศัตรูคู่เวร ทำความพินาศแก่กัน"
(ธรรมบท25/18พระพุทธวจนะ)
วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553
สังฆทานคืออะไร
ต้องเป็นสังฆทานทั่วไปจึงมีอนิสงส์มาก
สังฆทานคือ ทานที่ถวายแด่สงฆ์ทั่วไปไม่เฉพาะเจาะจงผู้รับ
ประกอบด้วยองค์4ได้แก่
1 ไม่เลือกพระภิกษุสงฆ์สามเณรหรือผู้รับ จะเป็นจำนวนกี่องค์ก็ได้
2 มีเจตนามุ่งตรงต่อพระอริยบุคคล 4คู่ 8บุคคล อริยสาวกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
3 มีความเคารพนอบน้อบในทานและผู้รับทาน
4 ทานที่ถวายเป็นปัจจัย4 ไม่นอกเหนือปัจจัยสี่(ทองและเงินเป็นวัตถุอนามาสต้องห้ามด้วยวินัยสงฆ์ ไม่ควรถวาย ผู้รับผิดวินัยอาบัติ
ผู้ถวายอุทิศบุญกรวดน้ำไม่มีผล)
สังฆทานคือ ทานที่ถวายแด่สงฆ์ทั่วไปไม่เฉพาะเจาะจงผู้รับ
ประกอบด้วยองค์4ได้แก่
1 ไม่เลือกพระภิกษุสงฆ์สามเณรหรือผู้รับ จะเป็นจำนวนกี่องค์ก็ได้
2 มีเจตนามุ่งตรงต่อพระอริยบุคคล 4คู่ 8บุคคล อริยสาวกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
3 มีความเคารพนอบน้อบในทานและผู้รับทาน
4 ทานที่ถวายเป็นปัจจัย4 ไม่นอกเหนือปัจจัยสี่(ทองและเงินเป็นวัตถุอนามาสต้องห้ามด้วยวินัยสงฆ์ ไม่ควรถวาย ผู้รับผิดวินัยอาบัติ
ผู้ถวายอุทิศบุญกรวดน้ำไม่มีผล)
วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
หลวงปู่ดุลย์ อตุลโลกล่าวเตือน
การปฏิบัติ ให้มุ่งปฏิบัติเพื่อสำรวม เพื่อความละ เพื่อคลายความกำหนัด ยินดี เพื่อความดับทุกข์
ไม่ใช่เพื่อเห็นสวรรค์วิมานแม้พระนิพพานก็ไม่ต้องการเป้าหมาย เพื่อจะเห็นทั้งนั้น ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ไม่ต้องอยากเห็นอะไร
เพราะนิพพานมันเป็นของว่าง ไม่มีตัวตน หาที่ตั้งไม่มี หาที่เปรียบไม่ได้ ปฏิบัติไปจึงรู้เอง
ไม่ใช่เพื่อเห็นสวรรค์วิมานแม้พระนิพพานก็ไม่ต้องการเป้าหมาย เพื่อจะเห็นทั้งนั้น ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ไม่ต้องอยากเห็นอะไร
เพราะนิพพานมันเป็นของว่าง ไม่มีตัวตน หาที่ตั้งไม่มี หาที่เปรียบไม่ได้ ปฏิบัติไปจึงรู้เอง
วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ขอให้ประเทศไทยจงหายป่วยจากโรคร้าย
สัพพีติโย วิวัชชันตุ ความจัญไรทั้งปวงจงบำราศไป
สัพพะโรโค วินัสสะตุ โรคทั้งปวงของประเทศไทยจงหาย
มา เต ภะวัตวันตะราโย อันตรายอย่ามีแก่ประเทศไทย
สุขี ทีฆายุโก ภะวะ ในหลวงทรงพระเจริญ
อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจ จัง วุฑฒาปะจายิโย
จัตตาโร ธัมมา วัฑฒั้นติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง
พร4ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ
ย่อมเจริญแก่บุคคล ผู้มีปกติกราบไหว้
มีปกติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ เป็นนิตย์แล
คนหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
บางคนค้านว่า ทำดีไม่เห็นได้ดี แต่คนชั่วกลับได้ดี เรื่องนี้พระพุทธองค์ตรัสว่า ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย4อย่างได้แก่
1 เวลาเกิด(กาลสมบัติ-วิบัติ)
2 ที่เกิด(ดติสมบัติ-วิบัติ)
3 ร่างกาย(อุปธิสมบัติ-วิบัติ)
4 ความขยันหมั่นเพียร(ปโยคะสมบัติ-วิบัติ)
การปรุงแต่งจัดแจงและเพาะพันธุ์ไว้ อุปมาทิ้งสิ่งของ(กรรม) หนัก เบา ลงมาจากที่สูง
ย่อมตกลงมาสู่พื้นช้า เร็วต่างกัน
วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
หลงปฏิบัติธรรม
การทำบุญกุศล ความดีเพื่อจะอานั้น เป็นวัฏฏะ การทำบุญกุศลความดีทั้งปวงต้องไม่ทำเพื่อจะเอา
ให้ทำเพื่อสละจาคะสละออกให้เป็นวิฏฏะ คือไม่ขอเกิดอีก
คนที่ยังใส่เสื้อตามสี ติดพิธีกรรม เปลียนชื่อ ติดนามสกุลและยังติดวันเกิดของตัวเองอยู่
ยังปิดอบายภูมิตัวเองไม่ได้แน่นอน
วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
พุทธบริษัทสี่
พุทธบริษัทสี่ คือ มี 1ภิกษุ 2 ภิกษุณี 3อุบาสก 4อุบาสิกา
อุบาสก...แปลว่า ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย หมายถึง ผู้ใกล้ชิดพระพุทธศานา นับถือพระศาสนาอย่างสม่ำเสมอ
ผู้หญิงเรียกว่าอุบาสิกา
อุบาสก....ประสก
อุบาสิกา....สีกา
ภิกษุณีในปัจจุบันไม่มีในเมืองไทย แต่ในต่างประเทศยังมีอยู่
ภิกษุณีเกิดขึ้นในพรรษาที่5แห่งการบำเพ็ญพุทธกิจ คือหญิงที่ได้อุปสมบทแล้ว ในพระพุทธศาสนา
ความเป็นมาโดยมีพระมหาปชาบดีโดตรมี พระมาตุจฉา เป็นพระมารดาเลี้ยงของเจ้าชายสิทธัตถะ
เป็นภิกษุณีองค์แรก
วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
พึงมองโลกตามความเป็นยจริง
พึงมองโลกตามความเป็นจริง การยอมรับความจริงของโลกของโลกที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับ สรรพสิ่งเกิดขึ้นเสื่อมไปเป็นธรรมดา ถ้าเข้าใจและยอมรับสภาพความไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ และไม่อาจบังคับบัญชาได้
ดังนี้จะเบากายเบาใจลง ครั้นดับจิตลง จิตจะไม่หลง ไม่โกรธไม่โลภ
ทำเหตุเป็น ติเหตุก ปฏิสันธิบุคคลให้ได้แล้วจะบรรลุธรรมในชชาตินั้น
พระพุทธเจ้าสอนอะไร
พึงเข้าใจพระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนอะไร
เมื่อเชื่อพระพุทธเจ้าแล้ว จึงสนใจเข้าศึกษาคำสอนด้วย สุตมยปัญญา
จินตามยปัญญา และภาวนามยปัญญาในที่สุด
พ
เมื่อเชื่อพระพุทธเจ้าแล้ว จึงสนใจเข้าศึกษาคำสอนด้วย สุตมยปัญญา
จินตามยปัญญา และภาวนามยปัญญาในที่สุด
พ
อบายภูมิ
อบายภูมิ....เป็นภูมิที่หาความสุขไม่ได้ ถูกลงโทษทุกข์ทรมานแสนสาหัสนานนับแสนนับแสนล้านโกฏิกัปไม่มีวันว่างเว้น
ท่านใดที่ไม่สามารถปิดอบายภูมิได้และได้ทำบุญและทำบาปก้ำกึ่งกันไม่แน่ชัดว่าตายไปแล้วจะไปสู่สุคติ(มนุษย์ เทวดา พรหม)หรือทุคติ(อบายภูมิ4)
เมื่อตายลงจะต้องไปพบเทวฑูต5ถูกสอบด้วยเทวฑูตในยมโลก5ชุด
ถ้าสอบผ่านก็จะถูกส่งไปสุคติ แต่ถ้าสอบตกตอบคำถามไม่ได้ ก็จะถูกส่งลงนรกอบายภูมิ(จากเทวฑูต) ซึ่งวิญาณที่ตายไปแล้วส่วนใหญ่ตอบคำถามไม่ได้
การปิดอบายภูมิ จึงเป็นการปิดกั้นเส้นทางเดินชีวิตในวัฎฎะไม่ให้ไปเกิดเป็นสัตว์ในอบายภูมิ4ได้แก่ สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย สัตว์นรก
แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ให้ทำความเข้าใจเรื่องในตัวเราเป็นการปูพื้นฐาน
เสียก่อน เพราะถ้ามีพื้นฐานก็จะมีที่อยู่ให้เป็นที่สบายเพื่อที่จะได้ฟัง
(สุตมยปัญญา)ให้สบายๆแล้วได้ปัญญา
ท่านใดที่ไม่สามารถปิดอบายภูมิได้และได้ทำบุญและทำบาปก้ำกึ่งกันไม่แน่ชัดว่าตายไปแล้วจะไปสู่สุคติ(มนุษย์ เทวดา พรหม)หรือทุคติ(อบายภูมิ4)
เมื่อตายลงจะต้องไปพบเทวฑูต5ถูกสอบด้วยเทวฑูตในยมโลก5ชุด
ถ้าสอบผ่านก็จะถูกส่งไปสุคติ แต่ถ้าสอบตกตอบคำถามไม่ได้ ก็จะถูกส่งลงนรกอบายภูมิ(จากเทวฑูต) ซึ่งวิญาณที่ตายไปแล้วส่วนใหญ่ตอบคำถามไม่ได้
การปิดอบายภูมิ จึงเป็นการปิดกั้นเส้นทางเดินชีวิตในวัฎฎะไม่ให้ไปเกิดเป็นสัตว์ในอบายภูมิ4ได้แก่ สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย สัตว์นรก
แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ให้ทำความเข้าใจเรื่องในตัวเราเป็นการปูพื้นฐาน
เสียก่อน เพราะถ้ามีพื้นฐานก็จะมีที่อยู่ให้เป็นที่สบายเพื่อที่จะได้ฟัง
(สุตมยปัญญา)ให้สบายๆแล้วได้ปัญญา
พึงมีสัมมาทิฏฐิ
พึงมีสัมมาทิฏฐิ หลักนี้สำคัญมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานให้เข้าหาหลักต่อๆไป ถ้ามีความเชื่อที่เป็น
สัมมาทิฎฐิกล่าวคือ เชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม จะเข้าหาการทำบุญทำกุศลความดีและจะประพฤติ ทาน ศิล ภาวนา ถ้าไม่มีหลักนี้เท่ากับเป็นมิจฉาทิฏฐิ จะเข้าหาหลักธรรมอื่นๆไม่ได้เลย
มิจฉาทิฏฐฺเป็นภัยอันยิ่งใหญ่ที่สุดของคน พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่า ไม่แลเห็นสิ่งใดที่จะเลวลามกเท่ากับมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีเลย เพราะเหตุแห่งมิจฉาทิฏฐินี้จะต้องตกนรกถึงแสนโกฏิกัป
สัมมาทิฎฐิกล่าวคือ เชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม จะเข้าหาการทำบุญทำกุศลความดีและจะประพฤติ ทาน ศิล ภาวนา ถ้าไม่มีหลักนี้เท่ากับเป็นมิจฉาทิฏฐิ จะเข้าหาหลักธรรมอื่นๆไม่ได้เลย
มิจฉาทิฏฐฺเป็นภัยอันยิ่งใหญ่ที่สุดของคน พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่า ไม่แลเห็นสิ่งใดที่จะเลวลามกเท่ากับมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีเลย เพราะเหตุแห่งมิจฉาทิฏฐินี้จะต้องตกนรกถึงแสนโกฏิกัป
วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ยอดของมิตร
ยอดของมิตร....
อะไรหนอเป็นมิตรของคนเดินทาง
อะไรหนอเป็นมิตรในเรือนตน
อะไรหนอเป็นมิตรของคนมีธุระเกิดขึ้น
อะไรหนอเป็นมิตรให้ติดตามภพหน้า
พุทธดำรัสตอบ......
พวกเกวียน พวกโค ต่างเป็นมิตรของคนเดินทาง
มารดาเป็นมิตรในเรือนตน
สหายเป็นมิตรของผู้มีธุรเกิดขึ้นเนืองๆ
บุญที่ตนทำเองเป็นมิตรติดตามไปถึงภพหน้า
อะไรหนอเป็นมิตรของคนเดินทาง
อะไรหนอเป็นมิตรในเรือนตน
อะไรหนอเป็นมิตรของคนมีธุระเกิดขึ้น
อะไรหนอเป็นมิตรให้ติดตามภพหน้า
พุทธดำรัสตอบ......
พวกเกวียน พวกโค ต่างเป็นมิตรของคนเดินทาง
มารดาเป็นมิตรในเรือนตน
สหายเป็นมิตรของผู้มีธุรเกิดขึ้นเนืองๆ
บุญที่ตนทำเองเป็นมิตรติดตามไปถึงภพหน้า
วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ฤกษ์ยามในพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนามีการสอนให้ถือฤกษ์ถือยามในการทำงาน สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือไม่
พุทธดำรัสตอบ สัตว์ทั้งหลาย ประพฤติชอบเวลาใด เวลานั้นชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี ขณะดี ยามดี
สุปุพพ้ณหสูตร
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ธรรมะจากบทสวดมนต์
สันทิฏฐิโก...
เป็นสิ่งที่ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อกาลิโก
เป็นสิ่งทีปฏิบัติและให้ผลไม่จำกัดกาล
วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553
เหตุให้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก
อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก
พุทธดำรัสตอบ...ดูก่อนภิกษุทั้งหลายธรรม3ประการนี้ ไม่พึงมีในโลก
พระตถาคตอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พึงบังเกิดในโลก
ธรรมวินัยที่พระตถาคตทรงประกาศไว้แล้ว ไม่พึงรุ่งเรืองในโลกธรรม 3 ประการเป็นไฉน คือ ชาต1 ชรา1 มรณะ1
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม3ประการนี้แล ไม่พึงมีในโลก
พระตถาคตอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พึงบังเกิดในโลก
พุทธดำรัสตอบ...ดูก่อนภิกษุทั้งหลายธรรม3ประการนี้ ไม่พึงมีในโลก
พระตถาคตอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พึงบังเกิดในโลก
ธรรมวินัยที่พระตถาคตทรงประกาศไว้แล้ว ไม่พึงรุ่งเรืองในโลกธรรม 3 ประการเป็นไฉน คือ ชาต1 ชรา1 มรณะ1
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม3ประการนี้แล ไม่พึงมีในโลก
พระตถาคตอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พึงบังเกิดในโลก
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553
บุคคล4จำพวก
บุคคล4จำพวกที่พระองค์แสดงไว้ในคัมภีร์ นิกายจตุกนิบาต
ประเภทที่1 อุคติตัญญู
คือคนที่รู้อะไรได้เร็ว เพียงแต่ยกหัวข้อขึ้นแสดงก็รู้แล้ว
ประเภทที2 วิปจิตัญญู
ต้องจำแนกแจกแจงหัวข้อให้ละเอียดจึงจะเข้าใจ เพียงแต่ยกหัวข้อขึ้นแสดงยังไม่เข้าใจ
ประเภทที่3 เนยยะ
เป็นพวกที่พอแนะนำได้เป็นเวไนยโย ต้องคอยพร่ำสอนไปเรื่อยๆบ่อยๆ
ประเภทที่4 ปทปรมะ
เป็นพวกสอนให้รู้มากไม่ได้ พอรู้ได้เล็กน้อย
บัวเกิดจากโคลนตมที่เน่าเหม็น แต่ก็อาศัยความเน่าเหม็นเป็นปุ๋ย
หล่อเลี้ยงชีวิตจนโตให้พ้นเหนือน้ำ
เมื่อพ้นเหนือน้ำแล้ว ดอกและใบน้ำแม้แต่น้ำยังซึมเข้าไม่ได้
ประเภทที่1 อุคติตัญญู
คือคนที่รู้อะไรได้เร็ว เพียงแต่ยกหัวข้อขึ้นแสดงก็รู้แล้ว
ประเภทที2 วิปจิตัญญู
ต้องจำแนกแจกแจงหัวข้อให้ละเอียดจึงจะเข้าใจ เพียงแต่ยกหัวข้อขึ้นแสดงยังไม่เข้าใจ
ประเภทที่3 เนยยะ
เป็นพวกที่พอแนะนำได้เป็นเวไนยโย ต้องคอยพร่ำสอนไปเรื่อยๆบ่อยๆ
ประเภทที่4 ปทปรมะ
เป็นพวกสอนให้รู้มากไม่ได้ พอรู้ได้เล็กน้อย
บัวเกิดจากโคลนตมที่เน่าเหม็น แต่ก็อาศัยความเน่าเหม็นเป็นปุ๋ย
หล่อเลี้ยงชีวิตจนโตให้พ้นเหนือน้ำ
เมื่อพ้นเหนือน้ำแล้ว ดอกและใบน้ำแม้แต่น้ำยังซึมเข้าไม่ได้
วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553
พระธรรมวินัยแท้และของปลอม
พระธรรมวินัยแท้และของปลอม
พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามีมากมายเหลือหลาย อาจมีคำสอนศาสนาอื่นแทรกแซงอยู่บ้างเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าอันไหนไม่ใช่
พุทธดำรัสตอบ....ดูก่อนอุบาลีเธอพึงรู้ธรรมเหล่าใดแลว่า ธรรมเหล่านี้ไม่เป็นไป เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพานโดยส่วนเดียว เธอพึงทราบธรรมเหล่านั้นไว้โดยส่วนหนึ่งว่า นี่ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย ไม่เป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา
ส่วนธรรมเหล่าใด...เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้เพื่อนิพพานโดยส่วนเดียว.....นี่เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสอนของศาสดา
คัดมาจาก...วินัยวรรค
องค์แห่งการตรัสรู้
ภิกษุที่จะได้ตรัสรู้หรือบรรลุอรหัตตผลนั้น ควรประกอบด้วยสมบัติอะไรบ้าง
พุทธดำรัสตอบ....
1 ดูก่อนโพธิราชกุมาร ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เป็นผู้มีศรัทธาเชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคตว่า..พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ตรัสรู้เองโดยชอบ...เป็นผู้จำแนกธรรม
2 เธอเป็นผู้อาพาทน้อย มีโรคเบาบาง ประกอบด้วยไฟธาตุสำหรับย่อยอาหารสม่ำเสมอ ไม่เย็นนักไม่ร้อนนัก เป็นปานกลาง ควรแก่ความเพียร
3 เธอเป็นผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมายาเปิดเผยตนตามความเป็นจริง ในพระศาสดาหรือในเพื่อนพรหมจรรย์ผู้เป็นวิญญูชนทั้งหลาย
4 เธอเป็นผู้ปรารภความเพียร เพื่อละอกุศล เพื่อยังกุศลให้ถึงพร้อม เป็นผู้มีกำลังมีความบากบั่นมากมั่นคงไม่ทอดทิ้งธุระในกุศลทั้งหลาย
5 เธอเป็นผู้มีปัญญา เป้นผู้ประกอบด้วยปัญญา อันเห็นความเกิดและดับ
เป็นอริยะ สามารถชำแรกกิเลสให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ
คัดมาจาก...โพธิราชกุมารสูตร
วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553
คนปากเสียคนปากดี
คนเช่นใด...ปากอุจจาระ...ปากดอกไม้....ปากปากน้ำผึ้ง
พุทธดำรัสตอบ...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ปากอุจจาระคืออย่างไร
บุคคลในโลกนี้ไปในที่ประชุมก็ดี ในฝูงชนก็ดี ไปในท่ามกลางเหล่าญาติก็ดี ไปในท่ามกลางเสนาก็ดี ในท่ามกลางราชสกุลก็ดี ถูกอ้างเป็นพยานเขาไม่รู้ก็กล่าวว่ารู้ หรือรู้ก็ว่าไม่รู้ ไม่เห็นก็ว่าเห็นหรือเห็นก็ว่าไม่เห็นกล่าวแกล้งเท็จทั้งที่รู้ เพราะเห็นแก่ตนและคนอื่น หรือเห็นแก่อามิสเล็กน้อยนี้เรียกว่าปากอุจจาระ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายคนปากดอกไม้เป็นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ไปในที่ประชุมถูกเขาอ้างเป็นพยาน เมื่อเขาไม่รู้ก็กล่าวว่าไม่รู้หรือเมื่อรู้ก็กล่าวว่ารู้ เมื่อไม่เห็นก็กล่าวว่าไม่เห็นเมื่อเห็นก็กล่าวว่าเห็นย่อมไม่แกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้ เพราะเห็นแก่ตนและเห็นแก่คนอื่นหรือเพราะเห็นแก่อามิสเล็กน้อย นี้เรียกว่าปากดอกไม้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายคนปากน้ำผึ้งเป็นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ละคำหยาบเว้นจากคำหยาบ พูดแต่วาจาไม่มีโทษ เสนาะโสตเป็นที่รักจับหัวใจ เป็นวาจาของชาวเมือง เป็นที่รักชอบใจของคนมาก นี่เรียกว่า
คนปากน้ำผึ้ง
พุทธดำรัสตอบ...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ปากอุจจาระคืออย่างไร
บุคคลในโลกนี้ไปในที่ประชุมก็ดี ในฝูงชนก็ดี ไปในท่ามกลางเหล่าญาติก็ดี ไปในท่ามกลางเสนาก็ดี ในท่ามกลางราชสกุลก็ดี ถูกอ้างเป็นพยานเขาไม่รู้ก็กล่าวว่ารู้ หรือรู้ก็ว่าไม่รู้ ไม่เห็นก็ว่าเห็นหรือเห็นก็ว่าไม่เห็นกล่าวแกล้งเท็จทั้งที่รู้ เพราะเห็นแก่ตนและคนอื่น หรือเห็นแก่อามิสเล็กน้อยนี้เรียกว่าปากอุจจาระ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายคนปากดอกไม้เป็นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ไปในที่ประชุมถูกเขาอ้างเป็นพยาน เมื่อเขาไม่รู้ก็กล่าวว่าไม่รู้หรือเมื่อรู้ก็กล่าวว่ารู้ เมื่อไม่เห็นก็กล่าวว่าไม่เห็นเมื่อเห็นก็กล่าวว่าเห็นย่อมไม่แกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้ เพราะเห็นแก่ตนและเห็นแก่คนอื่นหรือเพราะเห็นแก่อามิสเล็กน้อย นี้เรียกว่าปากดอกไม้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายคนปากน้ำผึ้งเป็นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ละคำหยาบเว้นจากคำหยาบ พูดแต่วาจาไม่มีโทษ เสนาะโสตเป็นที่รักจับหัวใจ เป็นวาจาของชาวเมือง เป็นที่รักชอบใจของคนมาก นี่เรียกว่า
คนปากน้ำผึ้ง
รอยเท้าพ่อ
เดินตามรอยเท้าท่านผู้ผ่านโลก มาโชกโชนได้แก่พ่อแม่หนู
หรือตามหลังครูอาจารย์ท่านผู้รู้ ทำให้ดูแบบอย่างหนทางมี
ยิ่งเดินตามรอยพระบาทพระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธวิสุทธิ์ศรี
จะพ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดี อย่าเดินตามรอยผีไม่ดีเอย
ฝรั่งเขาจะหัวเราะเยาะว่า เมืองไทยมีพระไตรรัตนสาม
เหมือนไก่ได้พลอยว่าทราม มัวแต่ตะกรามหาของกิน
เหมือนการศึกษาที่จัดอยู่ พาไปสู่อาชีพเสียทั้งสิ้น
ปริญญาท่วมท้นล้นแผ่นดิน แต่ขาดศิลขาดธรรมประจำตัว
หรือตามหลังครูอาจารย์ท่านผู้รู้ ทำให้ดูแบบอย่างหนทางมี
ยิ่งเดินตามรอยพระบาทพระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธวิสุทธิ์ศรี
จะพ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดี อย่าเดินตามรอยผีไม่ดีเอย
ฝรั่งเขาจะหัวเราะเยาะว่า เมืองไทยมีพระไตรรัตนสาม
เหมือนไก่ได้พลอยว่าทราม มัวแต่ตะกรามหาของกิน
เหมือนการศึกษาที่จัดอยู่ พาไปสู่อาชีพเสียทั้งสิ้น
ปริญญาท่วมท้นล้นแผ่นดิน แต่ขาดศิลขาดธรรมประจำตัว
วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553
การเลือกคบคน
ในการเลือกคบคนนั้นเราควรเลือกคบคนเช่นไร
พุทธดำรัสตอบ...ดูก่อนภิกษุทั้งหลายบุคคลที่ไม่ควรคบเป็นอย่างไร
บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นคนเลว(กว่าเรา)โดย ศิล สมาธิ ปัญญา บุคคลเช่นนี้ไม่ควรคบ ไม่ควรเสพ ไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้ นอกจากจะเอ็นดูและอนุเคราะห์กัน
บุคคลที่ควรคบคืออย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนเสมอตนด้วยศิล สมาธิ ปัญญา บุคคลเช่นนี้ควรคบ เพราะเหตุไร เพราะเราเสมอด้วยศิล..สมาธิ..ปัญญาจักมีการสนทนากันเรื่องศิล สมาธิ ปัญญา การสนทนานั้นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์และความผาสุกแก่พวกเรา
บุคคลที่ควรสักระเคารพแล้วคบ คืออย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้ยิ่งกว่าเราโดยศิล สมาธิ โดยปัญญา บุคคลเช่นนี้ควรสักการะเคารพจึงคบ เพราะเหตุใด เพราะอาจหวังได่ว่า จักบำเพ็ญศิลขันธ์ สมาธขันธ์
ปัญญาขันธ์ ที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์หรือจักสนับสนุนแล้วด้วยในที่นั้นๆ
บุคคลคบคนเลว ย่อมเลวลง คบคนเสมอกัน ย่อมไม่เสื่อมในกาลใดๆ คบคนที่สูงกว่าย่อมพลันเด่นขึ้น
ฉะนั้นจึงคบคนที่สูงกว่าตน
คัดมาจาก เสวิตน
พุทธดำรัสตอบ...ดูก่อนภิกษุทั้งหลายบุคคลที่ไม่ควรคบเป็นอย่างไร
บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นคนเลว(กว่าเรา)โดย ศิล สมาธิ ปัญญา บุคคลเช่นนี้ไม่ควรคบ ไม่ควรเสพ ไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้ นอกจากจะเอ็นดูและอนุเคราะห์กัน
บุคคลที่ควรคบคืออย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนเสมอตนด้วยศิล สมาธิ ปัญญา บุคคลเช่นนี้ควรคบ เพราะเหตุไร เพราะเราเสมอด้วยศิล..สมาธิ..ปัญญาจักมีการสนทนากันเรื่องศิล สมาธิ ปัญญา การสนทนานั้นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์และความผาสุกแก่พวกเรา
บุคคลที่ควรสักระเคารพแล้วคบ คืออย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้
เป็นผู้ยิ่งกว่าเราโดยศิล สมาธิ โดยปัญญา บุคคลเช่นนี้ควรสักการะเคารพจึงคบ เพราะเหตุใด เพราะอาจหวังได่ว่า จักบำเพ็ญศิลขันธ์ สมาธขันธ์
ปัญญาขันธ์ ที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์หรือจักสนับสนุนแล้วด้วยในที่นั้นๆ
บุคคลคบคนเลว ย่อมเลวลง คบคนเสมอกัน ย่อมไม่เสื่อมในกาลใดๆ คบคนที่สูงกว่าย่อมพลันเด่นขึ้น
ฉะนั้นจึงคบคนที่สูงกว่าตน
คัดมาจาก เสวิตน
ขันธ์5
เหตุทำไมขันธ์5เป็นไตรลักษณ์
พุทธดำรัสตอบ....
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายรูป เวทนา สัญญาณ สังขาร วิญาณไม่เที่ยง เป็นทุกข์
....เป็นอนัตตา แม้เหตุปัจจัยที่ให้รูป เกิดขึ้นก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา
รูป...ที่เกิดจากสิ่งที่ไม่เที่ยง...เป็นทุกข์ ....เป็นอนัตต ที่ไหนเป็นสุขจักเที่ยง....เป็นอัตตาเล่า
จาก อนิจจเหตุสูตร
เหตุให้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก
อะไรเป็นเหตให้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก
พุทธดำรัสตอบ....ดูก่อนภิกษุทั้งหลายธรรม3ประการนี้ไม่พึงมีในโลก
คือ ชาติ1 ชรา1 มรณะ1
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม3ประการนี้ ไม่พึงมีในโลก พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พึงบังเกิดในโลก
จาก อภัพพสูตร
พุทธดำรัสตอบ....ดูก่อนภิกษุทั้งหลายธรรม3ประการนี้ไม่พึงมีในโลก
คือ ชาติ1 ชรา1 มรณะ1
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม3ประการนี้ ไม่พึงมีในโลก พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พึงบังเกิดในโลก
จาก อภัพพสูตร
เครื่องรองรับจิตคืออะไร
เครื่องรองรับจิตคืออะไร
พุทธดำรัสตอบ...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนหม้อที่ไม่มีเครื่องรองรับ ย่อมกลิ้งไปได้ง่าย
หม้อที่มีเครื่องรองรับย่อมกลิ้งไปได้ยากฉันใด จิตก็ฉันนั้นเหมือนกัน
...ที่ไม่มีเครื่องรองรับกลิ้งไปง่าย
...ที่ที่มีเครื่องรองรับกลิ้งไปได้ยาก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่าเป็นเครื่องรองรับจิต
จิตอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์แปดนี้แล..เป็นเครื่องรองรับจิต
พุทธดำรัสตอบ...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนหม้อที่ไม่มีเครื่องรองรับ ย่อมกลิ้งไปได้ง่าย
หม้อที่มีเครื่องรองรับย่อมกลิ้งไปได้ยากฉันใด จิตก็ฉันนั้นเหมือนกัน
...ที่ไม่มีเครื่องรองรับกลิ้งไปง่าย
...ที่ที่มีเครื่องรองรับกลิ้งไปได้ยาก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่าเป็นเครื่องรองรับจิต
จิตอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์แปดนี้แล..เป็นเครื่องรองรับจิต
วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ความเพลิดเพลินและทุกข์
ข้าแต่ภิกษุ ทำไมพระองค์จึงไม่มีทุกข์ ทำไมความเพลิดเพลินจึงไม่มี
ทำไมความเบื่อหน่ายจึงไม่ครอบงำพระองค์ผู้นั่งอยู่คนเดียว
พุทธดำรัสตอบ
ผู้มีทุกข์นั่นแหละจึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลินจึงมีทุกข์
ภิกษุเป็นผู้ไม่มีความเพลิดเพลิน
ทำไมความเบื่อหน่ายจึงไม่ครอบงำพระองค์ผู้นั่งอยู่คนเดียว
พุทธดำรัสตอบ
ผู้มีทุกข์นั่นแหละจึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลินจึงมีทุกข์
ภิกษุเป็นผู้ไม่มีความเพลิดเพลิน
อนาคตของดารานักแสดง
นักรบมืออาชีพที่มีความอุตสาหวิริยะในสงครามตายแล้วจะไปเกิดในสุคติหรือทุคติ
พุทธดำรัสตอบ..ดูก่อนนายบ้าน แท้จริงเราไม่อนุญาติให้ท่านถามปัญหานี้
เรากล่าวว่าอย่าเลยนายบ้านเรื่องนี้พักไว้เถิด อย่าถามปัญหานี้แก่เราเลย
แต่เอาเถอะเราจะตอบปัญหาแก่ท่าน
ดุก่อนนายบ้านนักรบอาชีพคนใด อุตสาหะพยายามในสงคราม จิตของเขาเป็นสภาพต่ำชั่ว ตั้งไว้ไม่ดีก่อนแล้วว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกฆ่า จงถูกแทง จงขาดสูญ จงพินาศหรือว่าอย่าได้มีอยู่เลย
ดังนี้บุคคลอื่นย่อมฆ่ากำจัดเขา ที่กำลังอุตสาหะพยายามอยู่นั้น เมื่อเขาตาย
เพราะกายแตกถูกทำลายย่อมบังเกิดในนรกชื่อ.สรชิต
คัดมาจาก....โยธาชีวสูตร
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553
ทำดีเพื่อแผ่นดิน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















