บุคคลเปรียบด้วยน้ำ7ประเภท
1 จมลงไปครั้งเดียวก็จมลงไปเลย
ได้แก่ บุคลประเภทที่ประกอบด้วยอกุศลฝ่ายดำล้วน
2 โผล่ขึ้นแล้วจม
ได้แก่บุคคลมีคุณธรรม แต่คุณธรรมเสื่อม
3 โผล่ขึ้นแล้วลอยอยู่ได้
ได้แก่ผู้มีคุณธรรมไม่เสื่อม
4 โผล่ขึ้นแล้ว เห็นแจ่มแจ้ง เหลียวดูได้
ได้แก่ พระโสดาบัน
5 โผล่ขึ้นแล้วว่ายเข้าฝั่ง
ได้แก่พระ สกทาคามี
6 โผล่ขึ้นแล้ว ไปถึงที่ตื้น
ได้แก่พระ อนาคามี
7โผล่ขึ้นแล้ว ข้ามฝั่งได้ยืนอยู่บนบก
ได้แก่พระอรหันต์ ผู้ทำให้แจ้งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันไม่มีอาสวะ
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ความอัศจรรย์พระธรรมวินัย
ความอัศจรรย์พระธรรมวินัยเปรียบกับมหาสมุทร 8 ปรการ
1 การปฏิบัติและการตรัสรุ้ตั้งแต่เบื้องต้นจนลึกซึ้งตามลำดับ
เปรียบเหมือนมหาสมุทร ค่อยลุ่ม ค่อยลาด ค่อยลึกลง ตามลำดับ
2 เหล่าสาวกไม่ล่วงละเมิดข้อบัญญัติที่ตราไว้ แม้เพราะเหตุแห่งชีวิตเปรียบเหมือนมหาสมุทร มีลักษณะคงตัวไม่ล้นฝั่ง
3 พระธรรมวินัยนี้ไม่เก้บคนทุศิลไว้ เปรีบยเหมือนมหาสมุทรไม่เก้บซากศพไว้
มีแต่ซัดเข้าหาฝั่ง
4 พระธรรมวินัยนี้เป็นที่รวมของคนในวรรณะทั้ง4 ไม่ว่ามาจากใหน
ย่อมทิ้งโคตรเดิมหมด เหลือแต่ชื่อ..สมณศากยบุตร..
เปรียบเหมือนมหาสมุทรเป็นที่ไหลมารวมแห่งแม่น้ำทั้งหลาย
และเมื่อไหลมาถึงมหาสมุทรก้ละชื่อเดิมทั้งหมด
5 ภิกษุในธรรมวินัยนี้ล่วงลับไปมากตอมาก ก็ไม่ปรากฏว่าพระธรรมวินัยนี้
บกพร่องหรือล้น
เปรียบเหมือนมหาสมุทรไม่ปรากฏว่าพร่องหรือล้น
6 พระธรรมวินัยนี้มีรสเดียว มีวิมุติเป็นรส เปรียบเหมือนมหาสมุทรมีรสเค็มอย่างเดียว
7 พระธรรมวินัยนี้มีรัตนะมากมาย เช่นสติปัฏฐาน4 สัมมัปปธาน4เป็นต้น
เปรียบเหมือนมหาสมุทรมีรัตนะมากมาย เช่นมุกดา ไพฑูรย์ เป้นต้น
8พระธรรมวินัยนี้เป็นทีเป็นที่อาศัยของคนสำคัญๆ เช่นพระโสดาบัน พระสกทาคามี เป็นต้น
เปรียบเหมือนมหาสมุทรเป็นที่อาศัย ของสัตว์ใหญ่
เช่น ปลาติมิมิงคละ เป้นต้น
1 การปฏิบัติและการตรัสรุ้ตั้งแต่เบื้องต้นจนลึกซึ้งตามลำดับ
เปรียบเหมือนมหาสมุทร ค่อยลุ่ม ค่อยลาด ค่อยลึกลง ตามลำดับ
2 เหล่าสาวกไม่ล่วงละเมิดข้อบัญญัติที่ตราไว้ แม้เพราะเหตุแห่งชีวิตเปรียบเหมือนมหาสมุทร มีลักษณะคงตัวไม่ล้นฝั่ง
3 พระธรรมวินัยนี้ไม่เก้บคนทุศิลไว้ เปรีบยเหมือนมหาสมุทรไม่เก้บซากศพไว้
มีแต่ซัดเข้าหาฝั่ง
4 พระธรรมวินัยนี้เป็นที่รวมของคนในวรรณะทั้ง4 ไม่ว่ามาจากใหน
ย่อมทิ้งโคตรเดิมหมด เหลือแต่ชื่อ..สมณศากยบุตร..
เปรียบเหมือนมหาสมุทรเป็นที่ไหลมารวมแห่งแม่น้ำทั้งหลาย
และเมื่อไหลมาถึงมหาสมุทรก้ละชื่อเดิมทั้งหมด
5 ภิกษุในธรรมวินัยนี้ล่วงลับไปมากตอมาก ก็ไม่ปรากฏว่าพระธรรมวินัยนี้
บกพร่องหรือล้น
เปรียบเหมือนมหาสมุทรไม่ปรากฏว่าพร่องหรือล้น
6 พระธรรมวินัยนี้มีรสเดียว มีวิมุติเป็นรส เปรียบเหมือนมหาสมุทรมีรสเค็มอย่างเดียว
7 พระธรรมวินัยนี้มีรัตนะมากมาย เช่นสติปัฏฐาน4 สัมมัปปธาน4เป็นต้น
เปรียบเหมือนมหาสมุทรมีรัตนะมากมาย เช่นมุกดา ไพฑูรย์ เป้นต้น
8พระธรรมวินัยนี้เป็นทีเป็นที่อาศัยของคนสำคัญๆ เช่นพระโสดาบัน พระสกทาคามี เป็นต้น
เปรียบเหมือนมหาสมุทรเป็นที่อาศัย ของสัตว์ใหญ่
เช่น ปลาติมิมิงคละ เป้นต้น
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554
สุภาสิตชยสูตร(หมากัดอย่ากัดตอบ)
สุภาสิตชยสูตร....พระพุทธเจ้าทรงเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งท้าวเวปจิตติอสูรกับพระอินทร์ ท้าแข่ง
กล่าวคำสุภาษิต
ว่าคำของใครจะไพเราะกว่า มีเหตุผลกว่ากัน
ท้าวเวปจิตติ กล่าวว่า
คนพาลนั้น ถ้าไม่รีบปราบเสียแต่ต้นยิ่งจะกำเริบใหญ่
เพราะฉะนั้นนักปราชญ์จึงควรกำราบคนพาลด้วยการลงทัณฑ์
พระอินทร์ กล่าวว่า
ผู้ที่คนอื่นโกรธแล้ว มีสติยั้บยั้งไม่โกรธตอบ
เราเห็นว่านี่แหละ เป็นวิธํกำราบคนพาล
ท้าวเวปจิตติกล่าวว่า
เราเห็นโทษของการอดกลั้นมาแล้ว เมื่อใดคนพาลเห็นว่าเรานิ่งเฉยเสีย
ททท พระอินทร์กล่าวแก้ว่าที
ผู้ใดแข็งแรง อดกลั้นคำล่วงเกินของผู้อ่อนแอ
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า ความอดกลั้นของผู้นั้นเป็นยอด
เพราะคนอ่อนแอจำต้องอดทนทนเป็นประจำอยู่แล้ว
ความอดทนของคนอ่อนแอไม่นับว่าเป็นพลัง
ผู้ที่โกรธคนอื่นเลวอยู่แล้ว แต่ผู้ที่โกรธตอบเลวยิ่งกว่าอีก
ผู้ที่ไม่โกรธตอบผู้ที่โกรธตน ย่อมชนะสงครามที่ชนะได้แสนยาก
นับว่าทำประโยชน์ทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่น
ที่ประชุมอันประกอบด้วยพวกอสูรและเทวดาตัดสินว่า
คำกล่าวของอาสูรเป็นการชวนทะเลาะเบาะแว้ง ไม่เป็นสุภาษิต
ส่วนคำกล่าวของพระอินทร์ไม่ชวนทะเลาะเบาะแว้ง
เป้นวาจา สุภาษิต
จึงให้พระอินทร์ชนะ
กล่าวคำสุภาษิต
ว่าคำของใครจะไพเราะกว่า มีเหตุผลกว่ากัน
ท้าวเวปจิตติ กล่าวว่า
คนพาลนั้น ถ้าไม่รีบปราบเสียแต่ต้นยิ่งจะกำเริบใหญ่
เพราะฉะนั้นนักปราชญ์จึงควรกำราบคนพาลด้วยการลงทัณฑ์
พระอินทร์ กล่าวว่า
ผู้ที่คนอื่นโกรธแล้ว มีสติยั้บยั้งไม่โกรธตอบ
เราเห็นว่านี่แหละ เป็นวิธํกำราบคนพาล
ท้าวเวปจิตติกล่าวว่า
เราเห็นโทษของการอดกลั้นมาแล้ว เมื่อใดคนพาลเห็นว่าเรานิ่งเฉยเสีย
ททท พระอินทร์กล่าวแก้ว่าที
ผู้ใดแข็งแรง อดกลั้นคำล่วงเกินของผู้อ่อนแอ
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า ความอดกลั้นของผู้นั้นเป็นยอด
เพราะคนอ่อนแอจำต้องอดทนทนเป็นประจำอยู่แล้ว
ความอดทนของคนอ่อนแอไม่นับว่าเป็นพลัง
ผู้ที่โกรธคนอื่นเลวอยู่แล้ว แต่ผู้ที่โกรธตอบเลวยิ่งกว่าอีก
ผู้ที่ไม่โกรธตอบผู้ที่โกรธตน ย่อมชนะสงครามที่ชนะได้แสนยาก
นับว่าทำประโยชน์ทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่น
ที่ประชุมอันประกอบด้วยพวกอสูรและเทวดาตัดสินว่า
คำกล่าวของอาสูรเป็นการชวนทะเลาะเบาะแว้ง ไม่เป็นสุภาษิต
ส่วนคำกล่าวของพระอินทร์ไม่ชวนทะเลาะเบาะแว้ง
เป้นวาจา สุภาษิต
จึงให้พระอินทร์ชนะ
วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554
บัวไม่ติดน้ำ
บุณฑริกเกิดในชลาลัย
กลิ่นหอมรื่นรมย์ใจไม่เปียกน้ำ
พระพุทธเจ้าเกิดในโลกไม่ติดในโลกีย์
ดุจปทุมรมณีย์ไม่เปียกน้ำ
กลิ่นหอมรื่นรมย์ใจไม่เปียกน้ำ
พระพุทธเจ้าเกิดในโลกไม่ติดในโลกีย์
ดุจปทุมรมณีย์ไม่เปียกน้ำ
วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554
พระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์
พระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์
ในยุคนี้มี5ปาง คือ
1 ปางมารวิชัย
2 ปางสมาธิ
3ปางประทานพร
4ปางไสยยาสน์
5 ปางขอฝน
ในยุคนี้มี5ปาง คือ
1 ปางมารวิชัย
2 ปางสมาธิ
3ปางประทานพร
4ปางไสยยาสน์
5 ปางขอฝน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




