ทารุขันธสูตร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา ใกล้เมืองกิมมิลา พระผู้มีพระภาคได้ทรงเห็นท่อนไม้ท่อนใหญ่ ถูกกระแสน้ำพัดไปในแม่น้ำคงคา ครั้นแล้วตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายตรัสถามว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอเห็นหรือไม่ท่อนไม้ใหญ่โน้น ถูกกระแสน้ำพัดไปในแม่น้ำคงคา ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่าเห็นพระเจ้าข้า.................
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว.... ท่านพระกิมมิละได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ ฝั่งนี้ได้แก่อะไร........................
ได้นำพระทารุขันธสูตรข้างต้นมาลงไว้ ด้วยเห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระธํรรมได้ไพเราะทั้งเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุดดังเช่นข้อความต่อไปนี้
***
**จะไม่เข้าใกล้ฝั่งนี้-ฝั่งโน้น...หมายถึงไม่ติดในอายตนะภายใน ภายนอก(ตากับรูป หูกับเสียง)
** จะไม่จมลงเสียในท่ามกลาง...หมายถึงไม่จมอยู่ในนันทิราคะ ความเพลิดเพลินในกามคุณ
** จักไม่เกยบก.. หมายถึงไม่มีอัสมิมานะ ความถือตัว ทะนงตัว
** ไม่ถูกมนุษย์จับไว้..หมายถึงไม่คลุกคลี โศกเศร้าเพลิดเพลินอยู่กับพวกคฤหัสถ์
** ไม่ถูกอมนุษย์จับไว้..หมายถึงไม่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อ ความปรารถนาเป็นเทพหรือเทวดา
หรือเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง
** ไม่ถูกเกลียวน้ำวนๆไว้..หมายถึงไม่ถูกกามคุณทั้งห้าดูดวนเอาไว้
** จักไม่เน่าในภายใน ..หมายถึง ไม่ทุศิล ไม่มีธรรมอันลามก อันใจชุ่มด้วยกาม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น