ปริยัติที่เป็นงูพิษ....
ภิกษุทั้งหลาย โมฆะบุรุษบางพวกในกรณีนี้ เล่าเรียนปริยัติธรรม(นานาชนิด)คือ สุตตะ เวทัลละ
พวกโมฆะบุรุษเหล่านั้น ครั้นเล่าเรียนธรรมนั้นๆแล้วไม่สอดส่องใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมนั้น
ด้วยปัญญา เมื่อไม่สอดส่องใคร่ครวญเนื้อความปัญญา ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นย่อมไม่ทน ต่อการ
เพ่งพิสูจน์ของโมฆะบุรุษเหล่านั้น พวกโมฆะบุรุษเหล่านั้น เล่าเรียนโดยเพ่งข้อบกพร่อง(ของธรรม
หรือของลัทธิใดลัทธิหนึ่ง)และมีความคิดที่จะใช้เป็นเครื่องทำลายลัทธิใดลัทธิหนึ่ง เป็นอนิสงส์
ผู้รู้ทั้งหลายเรียนรู้พระปริยัติธรรม เพื่อคุณประโยชน์อันใด พวกโมฆะบุรุษเหล่านั้น หาได้รับคุณประโยชน์อันนั้นแห่งธรรมไม่ ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นก็เลยเป็นธรรมที่โมฆะบุรุษถือเอาไม่ดี
เป็นไปเพื่อความไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่เขาเหล่านั้นตลอดกาลนาน ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร เพราะความที่ธรรมทั้งหลายอันโมฆะบุรุษถือเอาไม่ดีเป็นเหตุ
ภิกษุทั้งหลายเปรียบเหมือนบุรุษมีความต้องการใคร่จะได้งู เที่ยวเสาะแสวงหางูอยู่ บุรุษนั้น
ครั้นเห็นงูตัวใหญ่ก็เข้าจับงูตัวนั้นที่ตัวหรือที่หางอสรพิษตัวนั้น ก็พึ่งกลับฉกเอามือหรือแขนหรือ
อวัยวะแห่งใดแห่งหนึ่งของบุรุษนั้น บุรุษนั้นก็จะตายหรือได้รับทุกข์เจียนตาย เพราะการฉกของอสรพิษนั้นเป็นเหตุ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะความที่บุรุษนั้นจับงุไม่ดี(คือไม่ถูกวิธี)เป็นเหตุ
ข้อนี้ฉันใด
ภิกษุทั้งหลายโมฆะบุรุษบางพวกในกรณีนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เขาเล่าเรียนปริยัติธรรม พวกโมฆะบุรุษเหล่านั้นครั้นเล่าเรียนธรรมนั้นๆแล้วไม่สอดส่องใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้นด้วยปัญญา เมื่อไม่สอดส่องใคร่ครวญด้วยปัญญา ธรรมทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมไม่ทนต่อการเพ่วพิสูจน์ของโมฆะบุรุษเหล่านั้น โมฆะบุรุษเหล่านั้น เล่าเรียนด้วยการเพ่งหาข้อบกพร่อง(ของธรรมหรือลัทธิใดลัทธิหนึ่ง)และมีความคิดที่จะใช้เป็นเครื่องทำลายลัทธิใดลัทธิหนึ่งเป็นอนิสงส์ ผู้รู้ทั้งหลาย เล่าเรียนปริยัติธรรม เพื่อคุณประโยชน์อันนั้นแห่งธรรมไม่ ธรรมทั้งหลายเหล่านั้น ก็เลยเป็นธรรมที่โมฆะบุรุษเหล่านั้นถือเอาไม่ดีเป้นไปเพื่อความไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่ทุกข์แก่เขาตลอดกาลนาน
ข้อนั้นเพราะเหตุไร..เพราะความที่ธรรมทั้งหลาย อันโมฆะบุรุษเหล่านั้นถือเอาไม่ดีเป็นเหตุ แล
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น